ขีดๆเขียนๆ...ร้อยเรียงอักษร...

  ในที่สุด...อมยิ้ม "ตะเกียงลาน" แห่งพันทิพ ที่ผมใช้มานานกว่า 7 ปี ก็โดนยึดไปเรียบร้อย เหอๆๆ

สาเหตุน่ะหรือครับ  คงเป็นเพราะผมออกความคิดเห็นแบบดุเดือดมากไปหน่อยในห้องราชดำเนิน

  ตัวผมเองก็ยอมรับครับว่าผูกพันกับอมยิ้มนี้มานาน...จนเลิกใช้ล๊อคอินอื่นๆไปหมด  (ที่จริงแล้วอมยิ้มหลายอันของผมโดนยึดไปจากห้องราชดำเนินนี่แหละ อิอิ) 

  อมยิ้ม"ตะเกียงลาน"อันนี้เป็นอันสุดท้ายที่ผมจะใช้ในพันทิพ แต่เจ้าของเค้าขอยึดไปเก็บเอาไว้ซะแล้ว ก็ยอมรับครับว่า"กฏ กติกา มารยาท" 

ย่อมต้องสำคัญและมีผลบังคับใช้เสมอเหมือนกันทุกคน  ตัวผมเองในฐานะผู้เข้ามาอาศัยบ้านพันทิพเมื่อกล้าละเมิดกฏนั้น

ก็ต้องกล้าที่จะยอมรับคำตัดสินของเจ้าของบ้านโดยไม่โต้แย้งครับ 

  แค่รู้สึกเสียดายอมยิ้มอันนี้ที่อุตส่าห์ประคับประคองเอาตัวรอดมาได้ตั้งเนิ่นนาน  กลับมาถูกยึดคืนไป

เพราะแป๊ะนรกและแก๊งค์กวนเมืองที่ทำการป่วนบ้านป่วนเมืองอยู่ทุกวันนี้  (ทั้งๆที่ผู้หวังดีบางท่านโทรมาเตือนผมอยู่หลายครั้งว่าให้เบาๆหน่อย อิอิ)

ก็ได้แต่หวังว่าทางพันทิพจะลดหย่อนผ่อนโทษให้บ้าง โดยการคืนผมยิ้มให้ผมหลังจากยึดไประยะหนึ่ง หวังว่าคงไม่ยึดถาวร อิอิ


ข้อมูลจาก Forward Mail
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


          วันหนึ่ง .........ฉันอยากได้รองเท้า
ฉันเดินเข้าไปในร้านที่มีรองเท้าหลากสี-หลายแบบวางเรียงราย

          ร้านแล้วร้านเล่า แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รองเท้าถูกใจกลับไปด้วยแม้แต่คู่เดียว เลือกแล้ว เลือกอีก จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกร้านหรูแห่งหนึ่ง รองเท้าส้นสูงสีส้มคู่นั้นสะท้อนเงาเฉิดฉายผ่านกระจกออกมาแตะตาฉันตั้งแต่แรกเห็น มันช่างเป็นรองเท้าที่สวยจนอยากมีไว้ประดับคู่เท้าในทุกย่างก้าว โดยไม่รอรี......ฉันเดินตรงลิ่วเข้าไปหามัน แม้ป้ายราคาเล็ก-เล็กที่ติดเอาไว้จะบอกราคาที่ไม่เล็กนัก แต่ฉันไม่ลังเลสักนิดเดียวที่จะจ่ายเงินจำนวนนั้นออกไปเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจที่สุดในวันนี้


          "แน่นนิดนึงนะคะ...มีคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่านี้มั้ย" ฉันถามพนักงานขายขณะที่กำลังพยายามสอดเท้าลงไปในรองเท้าคู่สวยให้พอดี แล้วพบว่ามันพอดิบ-พอดีจนขยับเท้าไม่ได้


          ไม่มีหรอกค่ะ... เรามีแบบละคู่เท่านั้น รับรองว่าใส่แล้วไม่ซ้ำแบบใคร  พนักงานขายเสนอข้อได้เปรียบในการซื้อสินค้า แต่ดิฉันว่าใส่แล้วก็พอดีนะคะ เผื่อมันยืดออกอีกนิดหน่อย เธอยังคงเสนอต่อเมื่อเห็นแววตาที่ฉันชื่นชมสินค้าของเธอ


          เย็นวันนั้นฉันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกรุ่นพร้อมกับรองเท้าคู่สวยที่อยู่ในมือฉันจัดแจงโยนรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาแรมปีทิ้งไปอย่างไม่แยแส


          วันรุ่งขึ้น... ฉันออกเดินด้วยรองเท้าคู่ใหม่อย่างเฉิดฉาย ยิ่งมีใครต่อใครชมว่ามันสวยนักหนาฉันก็ยิ่งปลื้มใจ ทว่าไม่ทันข้ามวันรองเท้าเจ้ากรรมก็แผลงฤทธิ์จนฉันเดินโขยกเขยก และเย็นวันนั้นฉันก็ต้องกลับมาบ้านพร้อมกับเท้าที่ระบม


          หากชีวิตคนเราเป็นเหมือนการเดินทางไกล ความรักก็คงเป็นเหมือนรองเท้า... แท้ที่จริงแล้วฉันว่าคนเราไม่ได้ต้องการ "รองเท้าสวย" มากไปกว่า "รองเท้าที่ใส่สบาย"


          แต่ก็นั่นแหละใคร-ใคร ก็ย่อมชอบรองเท้าสวย-สวย ด้วยกันทั้งนั้น ถึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักตัดสินใจซื้อรองเท้าเพราะว่า "มันสวย" มากกว่า "มันพอดีกับเท้า" และแม้มันจะใส่แล้วคับไปนิด...อึดอัดไปหน่อยก็ยังไม่วางมือ เหตุเพราะว่ามันสวยถูกใจหรือแม้มันจะราคาแพงลิบลิ่วก็ยังอยากเป็นเจ้าของให้ได้
 

          หากว่าเราต้องเดินทางอีกไกล... แม้จะมีรองเท้าสวยหรู ราคาแพง ยี่ห้อแบรนด์เนม มันก็คงไม่มีประโยชน์ แม้จะสวยแค่ไหนแต่ถ้ามันทำเท้าเราเจ็บ...สุดท้ายก็คงต้องถอดมันออก เพราะถ้าขืนเราเดินทั้งเท้าเจ็บ-เจ็บเราคงไปไม่ถึงปลายหนทาง


          ความรักก็เช่นกัน... เราอาจใฝ่ฝันที่จะมีคนรักสวย รวย เก่ง ฉลาด เลิศหรู แต่ความจริงแล้ว... เราเพียงต้องการคน-คนนั้นเพื่อให้ตัวเราดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง


          ฉันว่านะ... รองเท้าที่ใส่แล้วสบายไม่จำเป็นต้องสวยเด่นอะไร เพราะฉะนั้นคนที่จะมาจับจูงมือเราไปตลอดทางของชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ดีเลิศที่สุดจนใครนึกอิจฉาบางที


          การใส่รองเท้าที่เดินแล้วสบายมันอาจทำให้เรามีความสุขมากกว่า เพราะฉันเชื่อว่ามันจะพาเราไปจนถึงจุดหมายโดยที่เราไม่ต้องเจ็บเท้าและนึกอยากจะโยนมันทิ้งไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด... ตลอดการเดินทาง


Blog Entryช้อนยาวหนึ่งเมตรMay 20, '08 5:11 AM
for everyone

 

มีชาวเดนมาร์คคนหนึ่งนอนหลับอยู่ที่บ้านในเวลากลางคืน มีนางฟ้าลงมาหาเขา ชวนให้ไปเที่ยวสวรรค์กับนรก เขาก็ตกลงไปด้วย 

         นางฟ้าพาไปที่ที่หนึ่ง แล้วบอกว่า "ถึงนรกแล้ว" ที่นั้นเป็นห้องใหญ่ ๆ มีโต๊ะยาวๆ บนโต๊ะมีอาหารที่ประณีตอร่อยมีคุณค่าทุกประเภท มีคนนั่งอยู่หลายคนนางฟ้าก็บอกว่า "นี่สัตว์นรก"

         คนเหล่านั้นนั่งมองอาหารที่น่ากินที่สุดในโลก แต่ตัวเขาผอมเหลืองน่าสงสาร 

         นางฟ้าบอกว่าที่นี่อนุญาตให้กินอาหารดีๆ ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าห้ามใช้มือหยิบ ต้องใช้ช้อนที่ยาวหนึ่งเมตรตักอาการกินเท่านั้น 

         เวลาจะใช้ช้อนตักอาหารเข้าปากตัวเอง คนที่นรกก็ตักไม่ถึงสักที อาหารที่อร่อยหกลงบนพื้นเกือบหมด 

         เขาเลยมีความวุ่นวายเดือดร้อนมาก พยายามตักอาหารเท่าไรก็ไม่ถึงปาก จึงผอมโซเพราะอดอาหาร ทั้งที่อยู่ใกล้ชิดอาหารที่อร่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ไม่สามารถเอาเข้ามาถึงในปากของตนเองได้ 

         นางฟ้าพาไปอีกห้องหนึ่งแล้ว บอกว่า "ถึงสวรรค์แล้ว" ห้องที่สองนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับห้องแรกทุกประการ มีโต๊ะอาหารยาว ๆ อาหารประณีตหลาย ๆ อย่างเหมือนกันกับห้องนรก มีเก้าอี้รอบ มีคนนั่งอยู่หลายคน นางฟ้าบอกว่า "นี่เทวดาบนสวรรค์" 

         แต่แปลกที่คนบนสวรรค์นั้นยิ้มแย้มแจ่มใสอ้วนท้วนสมบูรณ์สบาย
ดูว่าเขากินอาหาร อย่างไร ทั้งๆที่เขาก็ต้องใช้ช้อนยาวหนึ่งเมตรเหมือนกับที่นรก 

         "เอ...ทำไมมันไม่เหมือนที่นรก ? ทำไมคนที่นี่สนุกสนานแจ่มใสร่าเริง แข็งแรง"

         พอดูดี ๆ อ้อ! เห็นวิธีของชาวสวรรค์ คือคนข้างหนึ่งของโต๊ะ เขาตักอาหารด้วยช้อนยาว ๆ เอาไปป้อนใส่ปากของคนตรงข้าม คนอีกข้างก็ตักอาหารมาใส่ปากของคนข้างนี้ ก็เลยได้กินกันทุกคน อยู่อย่างสุขสบาย 
         
         สรุปว่า ที่นรกนั้น คนคิดแต่จะได้อย่างเดียว คิดแต่เรื่องความสุขของตัวเอง คิดแต่ว่าเราจะได้อาหาร ได้สิ่งที่เราชอบ โดยไม่คิดถึงคนอื่น 

         แต่ที่สวรรค์นั้น มีการช่วยเหลือกัน มีความรักสามัคคีกัน คำนึงถึงความสุขของคนอื่นด้วย จึงก็ได้รับความสุขทั่วถึงกันทุกคน 

         ตื่นขึ้นมาแต่ละวัน อย่าถามว่าจะได้อะไรจากสังคม แต่จงถามให้มากว่า จะให้อะไรกับสังคม



ขอขอบคุณสาระดีๆ จาก ธรรมะดิลิเวอร์รี่
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต


 

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากมติชนออนไลน์ 

          ใครที่คิดว่าชีวิตนี้ลำบากเหลือเกิน ทำไมโลกช่างโหดร้ายกับเราอย่างนี้... บ้านก็ต้องเช่า ข้าวก็ต้องซื้อ งานก็ไม่มี เงินก็ยิ่งไม่มี แถมยังอกหัก รักคุด ตุ๊ดเมินอีก โอ้ย...!!! มีอะไรที่แย่กว่านี้อีกไหม ท้อแท้... ท้อแท้... ท้อแท้สุดๆ หมดใจไม่อยากทำอะไรต่อไปแล้ว จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรกัน...!!! 

          หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกแย่ ท้อแท้

สิ้นหวัง หมดกำลังใจ จนไม่อยากทำอะไร รู้สึกว่าตัวเองสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ทั้งๆ ที่บางทีคุณอาจยังไม่เคยคิดที่จะเริ่มต้นสู้เลยด้วยซ้ำ (ใช่ไหม) ลองดูภาพน่ารักๆ ของเจ้าสุนัข  2 ขาที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา สู้ทนใช้ชีวิตพิการด้วยความมุ่งมั่นตัวนี้ดู แม้มีเพียง 2 ขาผิดจากสุนัขธรรมดาทั่วไป แต่ก็ไม่เคยนอนรอความตาย แถมยังทำอะไรต่อมิอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เรียกได้ว่าเป็น "หมาสู้ชีวิต" เลยก็ว่าได้

       
   เอ้า!! เห็นอย่างนี้แล้ว มนุษย์อย่างเราๆ จะยอมแพ้มันเชียวหรือ...

 


บางคนอาจเคยได้ยิน หรือได้ฟังมาบ้างแล้ว
 
วันหนึ่งได้มีโอกาสดูรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง (ใครเป็นคนเล่าจำไม่ได้) ฟังแล้วรู้สึกดี และในวันนี้ก็เห็นกระดาษที่บ้านกองใหญ่พอสมควร ทำให้นึกถึงคำบอกเล่าจากรายการนี้ เลยอยากเล่าสู้กันฟัง
 
ครั้งแรกที่ฟังก็ยังแปลกใจว่ากระดาหน้าที่ 3 มันจากมาจากไหน ในเมื่อเราใช้กระดาษไปทั้ง 2 หน้าแล้ว
 
ใครหนอจะสามารถเอากระดาษสองหน้าไปใช้ประโยชน์ได้อีก
พิธีกรในรายการถามคนดูและพิธีกรร่วมในรายการว่า ถ้าจะเอากระดาษที่ใช้แล้วสองหน้าไปใช้อีก
จะเอาไปทำอะไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด 
คำตอบที่ได้คือ...

ชั่งกิโลขาย
พับถุงใส่กล้วยแขก
ทำเปเปอร์มาร์เช่
พับนก
ห่ออะไรที่ไม่ใช้แล้ว ฯลฯ

มีใครคิดได้มากกว่านี้ดิฉันไม่รู้ แต่ไม่มีใครคิดถึงเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เลย


นัยยะสำคัญของเมลฉบับนี้ คือ ต้องการใช้ประโยชน์จากกระดาษหน้าที่สาม
แปลกใจใช่ไหม ..เพราะกระดาษหนึ่งแผ่นก็จะมีแค่ด้านหน้ากับด้านหลัง
แค่ได้ใช้กระดาษรีไซเคิลแทนการใช้กระดาษใหม่
ก็นับว่าช่วยในเรื่องการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ คือ ต้นไม้ ได้มากโข

แต่นี่เป็นรีไซเคิลซ้อนรีไซเคิลให้ได้ใช้ประโยชน์อีกต่อหนึ่ง ก่อนที่จะส่งไปชั่งกิโลขาย
ผู้ที่ร้องขอบริจาคกระดาษที่ใช้แล้วทั้งสองหน้า คือ

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ทางมูลนิธิต้องการนำกระดาษที่ใช้แล้วทั้งสองหน้าไปใช้กับการเรียนการสอน
ภาษาเบลล์ของคนตาบอด ในเมื่อคนตาบอดมองไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว
กระดาษจะใช้แล้วไปมากน้อยขนาดไหน จะสีอะไรย่อมไม่มีผล
เพราะทางสมาคมต้องการแค่ไปสอนภาษาเบลล์
ให้คนตาบอดได้หัดเขียนหัดอ่านเท่านั้น

ถ้าใครช่วยได้ ส่งกระดาษที่คุณใช้แล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพดีไปได้ที่

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
เลขที่ 420 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2354-8365



เพียงถลำก้าวพลาดไปไม่ทันคิด

เจ้าก็ติดกับดักได้สายเกินหวัง

ยิ่งดิ้นรนก็หมดแล้วซึ่งพลัง

ไร้กำลังจะต่อสู้....เพื่อชีวิต

 

        ตะเกียงลาน...

Attachment: กับดัก.jpg

ขึงม่านขึ้น...เป็นจอ...ไฟส่องจ้า

เกิดแสงเงา...ทาบทา...เล่าหนหลัง

ถึงตำนาน...บุราณเล่า...ให้เจ้าฟัง

ดนตรีดัง...วิเวกแว่ว...แพร้วเพริศพราย

ตัวละคร...แล่นโลด...ผูกราวเรื่อง

ตัวพระนาง...เล่าเรื่อง...ด้วยเงาฉาย

มือขยับ...โยกย้าย...คล้ายกรีดกราย

บ้างเรื่องร้าย...บ้างดี...มีปนกัน

                                            ตะเกียงลาน...



 

โดนลูกสาวคนโต  TAG  มาโครมบะเริ่ม....  http://pandaxpanda.multiply.com/journal/item/61 เลยมานั่งนึกๆดูว่าเราจะแนะนำเพื่อนคนไหนดี เลยมาไล่เปิดชื่อเพื่อนๆในลิสต์ ปรากฏว่าผู้โชคดีรายแรกได้แก่น้าขุนทัชนี่เอง อิอิ http://koontuch.multiply.com/

 

คนที่สอง....ตามมาติดๆ  http://nond9972.multiply.com/ หนุ่มอารมณ์ศิลป์ ผู้ชื่นชมการถ่ายภาพอินฟาเรดเป็นชีวิตจิตใจ

 

คนที่สาม.... เจ้าแม่ห้องหัวฟู ผู้ที่ตอนนี้กำลังหลงไหลได้ปลื้มกะกล้องตัวใหม่http://littlearch.multiply.com/ ป้ามินเอง

คนที่สี่...คุณต่ายมะเฟืองหวาน http://sowan.multiply.com/ สาวไอทีผู้รักการถ่ายภาพ

คนสุดท้ายที่อยากให้เพื่อนๆได้รู้จัก....  http://taliew.multiply.com/ ตากล้องหนุ่มจากแม่ริม เชียงใหม่ ผู้ที่ผมคบหามานานหลายปี

ครบหล่ะ อิอิ แล้วเพื่อนๆล่ะครับ....อยากแนะนำเพื่อนคนไหนบ้างมั๊ยเอ่ย?


เพียงหยดหนึ่งน้ำใสก็ชื่นฉ่ำ

เพียงแค่สายฝนพรำก็ฉ่ำชื่น

เพียงหยดหนึ่งน้ำค้างยามค่ำคืน

ดั่งพลิกฟื้นชีวาให้ป่างาม

เพียงนิดหนึ่งน้ำคำมธุรส

ก็เหมือนหยดน้ำฟ้าค่ามากหลาย

เพียงน้ำคำมิปรุงแต่งให้เพริศพราย

ก็รับได้ใจจริงซึ้ง....ถึงชีวา

....ตะเกียงลาน....



ก็เพียงเศษซากใบไม้ดูไร้ค่า

หล่นลงมาระหว่างทางวิถี

เพียงรำลึกวันก่อนเก่าที่เคยมี

เขียวขจีสดชื่นรื่นรมย์ใจ

ผ่านวันวารนานมาก็แปรเปลี่ยน

เริ่มผิดเพี้ยนร่างรูปน่าสงสัย

เขียวขจีใสสดเริ่มหมดไป

น้ำตาลไหม้แห้งกรอบเข้าครอบงำ

ตะเกียงลาน

 


หลังจากส่งการบ้านน้าแฮ๊งค์ไปไม่กี่วัน....คุณ suzie27 http://suzie27.multiply.com/journal/item/17 ก็เอาการบ้านใหม่มาส่งให้อีกแล้ว -_-"

Where is Where ..... ไหนๆก็ไหนๆแล้ว....วันนี้พอมีเวลาว่างก็ทำการบ้านซะเลย

กติกามีดังนี้ 

1. เปิดเครื่องเล่น mp3 ขึ้นมา

2. ตั้งโหมด random เพลง

3. กด next ไป 5ครั้ง แต่ละครั้งเจอเพลงอาราย  ก็มาบอกกันจ๊ะ  (ง่ายใช่ป่ะ อิอิ)

มาดูคำตอบที่ได้กัน........

เพลงแรก....หนึ่งในไม่กี่คน ....น้องโบว์

เพลงที่2.........ฉันจะไม่ลืม.....โต๋

เพลงที่3........ปาฏิหารย์.......กบ

เพลงที่4.........เจ็บจะตาย......อิทธิ(นักร้องคุณภาพที่จากไปแล้ว)

เพลงที่5........คนสุดท้าย....อัสนี....(ฟลุ๊คจริงๆเจอเป็นเพลงที่5พอดีอิอิ)

 

สำหรับผู้โชคดีรายต่อไปได้แก่.....

1.น้าแอ๊ด สุดสายป่านครับ http://sspphoto.multiply.com/ 

2.น้องต้นงิ้ว อิอิ http://tonngiw.multiply.com/

3.คุณเดียร์ http://lattecute.multiply.com/

การบ้านหนนี้ขอแค่สามคนครับอิอิ


Blog EntryI don't like(the name of) musicMay 16, '07 11:58 AM
for everyone

ปกติผมเป็นคนฟังเพลงได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเพลงร๊อค...ป๊อปแดนซ์...สตริง...แจ๊ส

หรือแม้กระทั่งเพลงลูกกรุง...ลูกทุ่ง...ผมฟังได้หมดถ้าฟังแล้วรู้สึกชอบ

เรียกว่าฟังเพลงแบบไร้สไตล์ก็คงไม่ผิด...แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของผมคือผมมักจะจำชื่อเพลง

และชื่อนักร้องไม่ค่อยจะได้ ทำให้บางทีเวลาไปหาซื้อเพลงนั้นๆมักจะสร้างความลำบากให้ผม

แต่สร้างความอึดอัดและน่าสงสารให้คนขายเป็นประจำ...หลังๆมานี่ผมเลยตัดสินใจเลิกซื้อเอง

แล้วให้ลูกน้องคนสนิทเป็นคนจัดการให้แทน  อิอิ วันก่อนโฉบไปเที่ยวบล๊อคของน้าแฮ๊งค์ rraiwa

เลยโดนน้าแฮ๊งค์tagเข้าให้โครมเบ้อเริ่ม....แถมการบ้านงวดนี้โดนเข้าจุดอ่อนของผมอย่างจัง -_-"

ไม่เป็นไร...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...ลองสู้ดูซักตั้งครับ...

กติกามีดังนี้....(copyมาจากบล๊อคน้าแฮ๊งค์ อิอิ)

1. Open your library (iTunes, Media Player, etc.)
ควักเครื่องเล่นเพลงที่มีออกมาแล้วเปิดมันซะ อาไรก็ได้ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว
2. Put it on shuffle.
ปรับให้เป็นโหมด Shuffle คาดว่าคงปรับเป็นกันนะ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น
3. Press play.
กด เล่น โลด...
4. For every question, type the song that’s playing.
ในทุกคำถามให้ตอบชื่อเพลงกำลังเล่น ชื่อนักร้องด้วยก็ดีนะ
5. When you go to the next question, press the next button.
คำถามถัดไป ก็กดปุ่ม Next นะ
6. Don’t lie and pretend you’re cool.
สำคัญมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ห้ามโกหก และ หลอกลวง 
7. When you’re finished, tag some other people to do it!
ถ้าทำเสร็จแล้ว ส่งต่อให้คนอื่นด้วยนะ

Here it goessss............ พร้อมแล้ว ลุย

 

Knife.........วงอะไรก็ไม่รู้

Moonlight lady.....วงอะไรก็จำไม่ได้อีกแล้ว

Superstar........คาเรน คาร์เพนเตอร์...นักร้องคุณภาพที่อายุสั้นไปหน่อย

The one you love....Glenn Frey(น่าจะใช่นะ)

เพลงต่อมา....จำไม่ได้...แหะๆ

When a man love a woman....ใครร้องหว่า???

Season in the son......แงๆๆๆทำไมนักร้องมันจำยากนักนะ

เพลงต่อไป....จำไม่ได้อีกแล้ว เหอๆๆๆ

The sound of silence....Simon&Garfunkel   สองคนนี้จำได้ชัวร์ๆครับ  อิอิ

Run away.........แหะๆ....

Imagine.........จอน นอนเล่น...เอ้ย...John Lennon

ที่เหลือ........เกินความสามารถของผมแล้วครับแหะๆ

สำหรับผู้โชคดีรายต่อไปได้แก่....

1 น้องลิง  http://babies111.multiply.com/ ในฐานะที่เพิ่งเป็นคอนแทคกันรายล่าสุด

2.คุณนกน้อย http://noknoy.multiply.com/  ในฐานะผู้ทำบุญให้บ้านครูน้อย

3.น้าน้ำพี้  http://nampee.multiply.com/ ในฐานะไปเที่ยวภูกระดึงไม่ชวนเรา  อิอิ

4. คือคนที่เข้ามาอ่านเป็นคนที่ 7

5.คือคนที่เข้ามาอ่านเป็นคนที่ 9

เสร็จละ...เฮ้ออออออออออออออออออออออออ


Blog EntryภาพหายากMay 12, '07 1:18 PM
for everyone
 


ในที่สุดก็ถูก คุณ ptoom tag เข้าจนได้ เหอๆ...แถมการบ้านก็โหดชะมัด -_-"  ไหนๆก็พลาดท่าเสียทีไปแล้ว....วันนี้เลยต้องกลับบ้านมารื้อค้นรูปเก่าๆทำการบ้านส่งคุณ ptoom  ซะหน่อยอิอิ...เรามาดูภาพแรกกันเลยดีกว่าครับ....ภาพนี้ถ่ายเมื่ออายุยังไม่เต็มสองขวบโดยพ่อผมเอง  มานึกๆดูแล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงรักการถ่ายภาพ ก็คงเป็นเพราะตั้งแต่จำความได้ผมก็เห็นพ่อผมมักจะมีกล้องติดตัวอยู่เสมอๆนี่เอง

 

ภาพต่อมา....เป็นภาพสมัยที่ผมทำงานเป็นผู้ชำนาญการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรองเท้า ทำให้ต้องเดินทางต่างประเทศเป็นว่าเล่น  ไม่ว่าจะเป็นจีน,อินเดีย,มาเลเซีย,อินโดนิเซีย,ไต้หวัน,ศรีลังกา,เยอรมัน,อเมริกา...ตลอดเวลาของชีวิตในช่วงนั้นผมใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบิน...สนามบิน...โรงแรม...โรงงาน...รถไฟ....รถแทคซี่...หรือแม้กระทั่งรถเมล์...ในภาพคือตอนที่ผมไปโรงงานในประเทศอินเดียครับ

 


 

ภาพต่อมาก็นี่เลย....ใบอนุญาตขับขี่มอเตอร์ไซค์ใบแรกในชีวิต  อิอิ...ส่วนภาพที่ติดอยู่นี่ก็ตั้งแต่สมัยเรียนรด.โน่นแน่ะครับ

 

 

ทีนี้ก็มาถึงภาพฮาๆมั่ง อิอิ...ไม่บรรยายดีกว่าเน๊อะ ^_____^

 


 

สุดท้าย....เป็นภาพที่ใกล้เคียงกะหน้าตาปัจจุบันของผมมากที่สุดครับ....ถ่ายโดยน้องชายร่วมสาบานของผมเอง

 

 

ส่งการบ้านเรียบร้อยแล้ว...ทีนี้ก็ต้องหาเหยื่อรายต่อไป....

ที่คิดได้...1.เจ้าล่องหน....2.ป้ามินเอง....3.aasinlar น้องผึ้ง อิอิ...4.น้องต่ายมะเฟืองหวาน

แล้วก็คนสุดท้าย....คือคนแรกที่เข้ามาดูบล๊อคนี้ครับ ^___^

ปล. ถึงจะแอบย่องเข้ามาแล้วไม่replyผมก็รู้นะครับ อิอิ ^___^


ริ้วรอยบอกบ่งเรื่อง       ราวผ่าน

กล่าวขานเป็นตำนาน      ว่าไว้

กาลเก่าลำดับเรื่อง        ผ่านปาก

เล่าให้ลูกหลานได้        รับฟัง ที่มา

                                

                    ...ตะเกียงลาน...


Blog Entryทางข้างหน้า...May 1, '07 9:24 PM
for everyone

ทางข้างหน้า...หนทาง...ช่างเปลี่ยวเปล่า

ทุกย่างก้าว...เหม่อมอง...ตามวิถี

หากมีเธอ...เดินเคียง...ด้วยคงดี

ถึงแม้นมี...อุปสรรค...จักฝ่าฟัน

จะคดเคี้ยว...เลี้ยวเลาะ...ราวไพรกว้าง

หุบเหวขวาง...ตรงหน้า...ก็ไม่หวั่น

หากมีเธอ...อยู่คู่...เคียงข้างกัน

อุปสรรค...แค่นั้น...ฉันไม่แคร์

                                                             ...ตะเกียงลาน...


  โดดเดี่ยวในป่ากว้าง        ลำพัง

  เพียงมุ่งหวังวันสงบ        สรรพเสียง

  หลีกเร้นห่างมาหา          ความสงบ

  หวังเคียงธรรมชาติให้     แต่งแต้ม  เติมเต็ม

                            ...ตะเกียงลาน...



เพียงภู่กันปาดป้ายเดี๋ยวซ้ายขวา

จินตนาการก็เกิดขึ้นหลากหลาย

ภาพต้นไม้ใบหญ้าริ้วหาดทราย

รวมถึงสายธาราเย็นฉ่ำชื่นทรวง

ค่อยบรรจงแต่งเติมแต้มสีสัน

เติมความฝันลงผืนผ้าด้วยใจแน่ว

บรรเจิดอารมณ์ศิลป์อันเพริศแพร้ว

ส่องส่งแววสีสันด้วยจินตนาการ

 

...ตะเกียงลาน...


Blog Entry.....แสวงหา.....Sep 20, '06 2:06 PM
for everyone
เดินซอนซอก...ออกเสาะหา...ซึ่งอาหาร

พอประมาณ...ให้ประทัง...ชีวิตได้

หาเพียงพอ...อิ่มหนึ่งมื้อ...ก็พอใจ

รุ่งวันใหม่...ค่อยเสาะหา...กันอีกครา

ไม่อาทร...หรือร้อนใจ...ใครจะหยาม

ไม่เกรงขาม...ใครจะเห็น...ว่าต่ำช้า

ไม่เคยแบ...มือขอใคร...ซึ่งข้าวปลา

ไม่เคยบ่น...ไม่เคยล้า...
ถ้าไม่มี


              ...ตะเกียงลาน...


บาน  มิรู้โรยร้าง       แรมลา

อยู่  คู่โลกสร้างมา     เจิดจ้า

ใน  ภิภพแต่งแต้ม     สีสัน  สดใส

ใจ  นิยมยินดีไซร้     แน่แท้  ดีงาม

               ...ตะเกียงลาน...


Pages:12
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design - Copyright © 2005 Sam Royama All rights reserved.